2006/Oct/03

ความเดิมตอนที่แล้ว
ตอนแรก Pompoko go inter: From airport 2 airport ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องยันมาเหยียบเมกา

ตอนที่ 2 Pompoko Go Inter: Livin a Life ดำรงชีวิตก่อนการทำงานใช้แรงงาน

ตอนที่ 3 Pompoko go inter: Work Work Work วันๆทำงานไรบ้าง

ตอนที่ 4 Pompoko go inter: Being a Food Host เป็น Food Host ไม่ใช่ง่ายๆ

นี่เป็นบลอคเปิดใหม่เป็นเรื่องเมกาและ Work and Travel โดยเฉพาะนะคะ
ถ้าอยากอ่านเรื่องทั่วไป แนะนำให้ไปอ่าน Pompoko เจ้าเดิมนะคะ

อ่านแล้วเม้น หรือฝากรอยเท้าเอาไว้หน่อยนะคะ บลอคนี้ไม่ว่าค่ะ ถ้าจะเม้นว่า
"แวะมาดู", "อ่านแล้วนะ", "เขียนไรวะ?"
จะได้รู้ว่ามีคนเข้ามาอ่านน่ะค่ะ ทำรูปนานนะโว้ยยยย...................ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อยากให้คนมาอ่านอ่า


กลับมาและ....หลังจากป่วย เจอมรสุมรุมเร้า ... เราเปิดบลอคมาก็อยากจะเขี๊ยน อยากจะเขียน แต่แบบไม่รู้ทำไม เราถึงไม่ยอมเขียนซะที
เอาล่ะ วันนี้จะเป็นเรื่องของการทำงานอีกหน่อยนึง นั่นก็คือ การเป็นแคชเชียร์นั่นเอง
ตอนไปอ่ะ ก็มีตำแหน่ง แคชเชียร์โดยตรงนะ แต่ต้องเป็นคนที่ภาษาอังกฤษดีซะหน่อย เราก็เลยชวดไป
แต่สุดท้ายเราก็ได้ทำตำแหน่งที่เราใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก อู้วววว ถึงขั้นแกะยางลบเป็นตรายางเวลาปั๊มของที่จ่ายเงินแล้วละกัน
นั่นคือ การเป็นแคชเชียร์ หรือที่โน่นเค้าเรียกว่า Cash Register


ตอนแรกก็ต้องฝึกจำก่อนว่าปุ่มไหนอยู่ตรงไหน อุตส่าห์เอาไปท่องก่อนทำเป็นวันเลยน้าา เห่อมาก
แต่เวลาทำจริงๆก็แบบนั่งหาอยู่ดี .....อ่อ แค่วันแรกๆเท่านั้นนะฮ้า หลังเนี่ย หลับตากดยังได้เลย (คุยซะไม่มีอ่ะกู)
การทำหน้าที่นั้นมีขั้นตอนดังนี้
1. กดเปิดล็อคเครื่อง
2. ยิ้มพร้อมทักทายลูกค้า เช่น Hi! How u doin? / G'morning
แล้วสายตาก็มองไปที่ถาดอาหารของเค้าว่ามีไรบ้าง แล้วสแกนอย่างรวดเร็ว
3. พูดชื่ออาหารของเค้าพร้อมกดบนแป้น เช่น U got 2 Cheeseburger , 1 Pop (แปลว่า น้ำอัดลม) , 1 Fries
4. กดรวมตังค์ พร้อมบอกตัวเลข เช่น 13.64 (It's thirteen sixty four) แม่ง...ระยะแรกๆนี่พูดผิดๆถูกๆ ยังไม่ชินเรื่องตัวเลขมากนัก เห็นเลข 6 พูดเลข 4 ก็มี แป้กเลย
5. รับเงินมา พร้อมพูดทวนแบงค์ที่เค้าให้ เพราะจะได้เข้าใจตรงกันทั้งคู่ จะได้ไม่มีปัญหาว่าเราทอนผิด หรือเค้าหยิบแบงค์ผิดแล้วมาเนียนไม่ได้
(U gave me 20 Bucks - Bucks แปลว่า ดอลลาร์ เป็นสแลง - เผื่อว่าบางคนไม่รู้)
6. แล้วก็เปิดลิ้นชักออกมา ดังติ๊งงงงง.......เรียงแบงค์จาก เล็กไปใหญ่ จากขวาไปซ้าย แล้วต้องหันหน้าแบงค์ทางเดียวกัน (อาจเพราะทำให้นับง่ายขึ้นก็ได้)
มีแบงค์ตั้งแต่ 1 / 5 / 10 / 20 / 50 /100


ส่วนเหรียญจะมี 1 เซนต์ เรียกว่า penny เพนนี สีทองแดง


5 เซ็นต์ เรียกว่า Nickle นิกเกิ้ล

10 เซ็นต์ เรียกว่า Dime ไดม์ หรือที่แปลว่า 10 นั่นล่ะ

25 เซ็นต์ เรียกว่า Quarter หรือ 1 ใน 4 (อ่านว่า ควอเดอร์ นะ ตัว t ออกเสียงเป็น d )
แล้วเหรียญควอเดอร์นี่ล่ะ เค้าจะมีรุ่นพิเศษด้วย เป็นประจำรัฐต่างๆ เราก็แอบเก็บสะสมมา เวลาที่ทำแคชเชียร์ แต่ยังไม่ครบทุกรัฐเลยอ่ะ ได้มาแค่ 40 กว่ารัฐเอง
มีเหรียญ 1 ดอลล์ด้วย มีสองสีอ่ะ เราได้สีทองมาอันเดียว


รูปบนนี้ เรียงจากขวาไปซ้าย -> 1$ -> Half $ -> 25 c -> 5 c -> 10 c -> 1c
ภาพเหรียญจาก www.istockphoto.com

7. นับแบงค์ นับเหรียญให้ครบ (จริงๆมีทริคสำหรับการทอนเหรียญให้ดูฉลาดด้วย เราแอบดูเด็กฝรั่งทำมาเลยทำมั่ง)
เช่น ต้องทอน 44 เซ็นต์ ถ้าเราจะทอน 4 ไดม์ 4 เพนนีก็ได้ แต่เราจะทอนแบบ 1 ควอเดอร์ 1 ไดม์ 1 นิกเกิ้ล 4 เพนนี จะดีกว่า เพราะจะได้เฉลี่ยๆการทอนเหรียญให้ไม่มากเกินไป
ฝรั่งบางคนก็ไม่ชอบพกเหรียญเลยทิปซะเลย แต่อย่าหวังว่าจะงุบงิบทิปได้นะคะ เพราะมีกฎว่าพนักงานห้ามรับทิป
แล้วเค้าจะเอาทิปในแก้วนั้น เอามารวมเป็นกองกลาง เผื่อว่าใครทอนขาดไปจะได้เอามาเติมให้ยอดมันบาลานซ์ค่ะ
ซึ่ง...เราเองก็ไม่รู้หรอกว่าทำงานเป็นไง เพราะป้าแกใจดีมาก ไม่เคยบอกเลยว่า "อีหนู...เอ็งทอนผิด ทอนถูกทุกวันเลยว่ะ แกคงไม่รุ่งกับอาชีพนี้"
เราก็เลยได้ใจ หลังๆเลยเอาพวกเหรียญควอเดอร์มาใช้บ้าง เพราะฝรั่งบางคนก็แบบ..เฮ้ย เทเหรียญออกจากแก้วมานับเลย เกรงใจไม่มี
ชั้นเลยแกล้งซะ โดยการเปลี่ยนแก้ว มันจะได้ไม่เอาเงินทิปมาใช้....
อ่อ....แต่เวลาไปกินข้าวที่ร้านข้างนอกน่ะ ควรจะทิปนะคะ เพื่อนที่ทำงานร้านอาหารบอกมา อย่างน้อยก็ 10-15% ของค่าอาหารน่ะค่ะ
ซึ่งกะเหรี่ยงไทยนั้น ติดนิสัย เก็บเรียบทุกเพนนีไม่เสียชื่อสยามประเทศค่ะ...ซึ่งเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามนะคะ เค้าให้ทิป เราก็ควรให้บ้างค่ะ เด๋วจะเสียมารยาท

8. ขอบคุณ แล้วอวยพรให้เค้าไปดี ขอให้มีความสุข
Thank you, Have a good day, Nice day, Great day!
เนี่ยแหละ แค่เนี้ยเอง แถมได้นั่งด้วยนะ อาชีพนี้ ดี๊ดี สบาย.....บางครั้งไม่สบายก็เปลี่ยนกันมาเป็นแคชเชียร์ค่ะ ถือว่าช่วยๆกัน เพราะงานอื่นต้องวิ่ง ต้องเดินตลอดเวลา

อาหารราคาคนไทย สินค้าราคาคนไทย
โทษฐานที่เป็นคนไทย บางครั้งก็จะมีสายตาวิงวอนมาว่า ลดให้กูหน่อยนะ เด๋วกูจะให้สายไหม (Cotton Candy) ร้านกูฟรี , เด๋วไปซื้อตุ๊กตาร้านเรานะ
เราก็เลยแอบลดราคาแบบคนไทยไป ไม่คิดค่าน้ำอัดลมบ้างล่ะ (เพราะจริงๆแล้วคนที่ทำงานในแคฟจะกินน้ำอัดลมฟรี)

อย่ามาวุ่นวายกับกูนะ....เด๋วแม่หนีบ

ต่อมาเราก็เลยลามไปร้านอื่น เช่น ร้านขายของที่ระลึกต่างๆ หยิบมา 10 คิดเงินแค่ 2 ประมาณนี้ ทำไงได้ ....ฝรั่งมันฉลาด แต่มันไม่ยอมเช็คสต๊อคนี่หว่า
แต่ไม่ดีๆนะคะ ถ้าไม่เชี่ยว หรือว่ามีกล้องอยู่เนี่ยไม่ควรทำฮ่ะ เพราะจะโดนจับแล้วไล่ออกทันที (คนไทยก็โดนมาแล้ว --- หลังจากเรากลับอ่ะ --- เฮ้อ ไม่เนียนเลย)


นอกนั้นก็อาจจะได้จัดของในตู้คูลเลอร์ ซึ่งงานนี้น้องแพรวชอบมาก....มันเป็นประชากรที่นั่น (แซวกัน เพราะว่ามันทนหนาวได้เยอะมาก และชอบบ่นว่าร้อน ในขณะที่เพื่อนสั่นไปแล้ว)
ต้องดูนมว่าเสียหรือยัง แล้วมีกฎคือ First In First Out (FIFO) เข้าก่อนก็ออกก่อนนั่นแหละ แบบว่าเอาของที่เสียก่อนมาไว้ข้างหน้าคนจะได้หยิบไป (แต่คงใช้ไม่ได้สำหรับเรา เพราะเราเป็นพวกชอบหยิบหลังๆ)
น้ำอัดลมก็จะมี Pepsi มีน้ำผลไม้ Tropicana รส Fruit Punch, Peach Papaya, Pink Lemonade, Strawberry Melon (รสนี้อร่อยมาก คิดถึงจัง)
มีน้ำไอซ์ทีด้วย มีหลายรส ทั้ง Peach, Raspberry พวกGaterade ก็ขายดีค่ะ (ถ้าจะกระแดะพูดแบบเมกันต้องออกเสียงว่า เก-เดอ-เหรด หรือรวบคำเป็น เกด-เหรด) เพราะว่าเป็นผู้ใช้แรงงานกันทั้งน้าน


มีน้ำผลไม้ Dole ที่ผลิตจากประเทศไทย (เฮือกก....) , นมยี่ห้อ Toft's อร่อยม๊ากกกกกก กินแทนน้ำเลยล่ะ ปกติไม่กินซีเรียลนะ แต่ของที่โน่นมันอร่อยดีว่ะ (หรือเพราะไม่มีไรกินหว่า?)
นอกจากนี้ยังมีพวกสลัดผักด้วย แต่ก็แพงชิบ (อ่านว่า ซ้า-แหลด อ่านอยู่นานมากกว่าฝรั่งจะเข้าใจ)
มีทั้ง Tossed Salad, Chef Salad (อันนี้ไฮโซ มีไข่ มีผักเยอะ), Fruit Salad
ผลไม้ก็มี แต่เป็นพวกองุ่นนะเป็นพวงๆเลย อร่อย..., สัปปะรดก็มาจากประเทศไทยเช่นกัน
แต่ที่เด็ดสุด ก็คือ เค้กช้อคโกเลตค่า.....อร่อยโคตรๆ ราคาแค่ 1 $ กว่าๆเอง เค้กเมืองไทยยังแพงกว่าอีก
อ่อ รูปด้านล่างนี่ ขวาสุดคือ น้ำเปล่านะคะ ขวดละ 1$ เองค่า (38 บาท อู้ว.....กินน้ำก๊อกก็ได้นะ)


ถ้าบางงานเราได้จ๊อบพิเศษไปเสิร์ฟในงานเลี้ยงก็ต้องเปลี่ยนชุดลูกเสือเป็นชุดทักซิโด้สุดแสนไฮโซ ใส่กางเกงด้วย มีหูกระต่ายด้วยนะ เท่อะ ชอบมาก

แถมเราได้ไปเป็นส่วนหนึ่งในงานบอล (ไม่ได้เตะบอลนะ) เป็นงานเลี้ยงสุดหรูหาทุนให้กับ CP อ่ะ มีแต่เศรษฐีมา แล้วก็เต้นรำกัน มีขอแต่งงานกันด้วยนะ So Sweet มาก
เค้าเรียกว่าเป็นงาน Catering หรือจัดเลี้ยงนั่นแหละ ซึ่งงานอื่นๆก็จะเป็นกลุ่มเด็กนักเรียนที่มาพักที่ CP อ่ะ แปลกนะ ฝรั่งชอบกินพิซซ่ากัน ทำให้เราต้องเสิร์ฟพิซซ่าด้วย

ถึงจะแค่เสิร์ฟพิซซ่าก็มีขั้นตอนนะฮ้า....ถ้าเห็นว่าอาหารต่างๆกำลังจะหมดหรือเหลือน้อยกว่าครึ่ง ให้เอาถาดใหม่มาเปลี่ยน แล้วต้องมีอีกคนนึง ยกถาดเก่าออก แต่ห้ามให้ถาดว่างเด็ดขาด ต้องเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
แล้วเอาถาดเก่าที่มันเหลือๆอ่ะ มารวมกับของใหม่ในครัว จัดเรียงให้สวยงาม

โรงอาหารที่โน่น เค้าใช้ภาชนะเป็นโฟมและพลาสติค ใช้แล้วทิ้งหมดเลย นี่...แล้วมารณรงค์ให้ทั่วโลกรักษาสิ่งแวดล้อมทำไมเนี่ย ในเมื่อประเทศมันเองยังใช้โฟมกันเกลื่อนเลย


แต่ถ้าเป็น Catering สุดหรูเนี่ย จะใช้จาน ช้อนส้อม และแก้วหนักๆ ซึ่งก็ต้องล้างด้วยเครื่องล้างจานสุดไฮเทค (แค่เครื่องฉีดน้ำนั่นแหละ) ล้างก็ไม่สะอาดเล้ยยยย บางทีคราบเนยยังติดอยู่ (เดี๊ยนล่ะอยากอ้วก)
คนไทยทนไม่ได้ฮ่ะ ล้างไม่สะอาดแบบนี้ เลยจับฝอยขัดหม้อมาถูๆๆ คราบออกให้หมดด้วยซันไลท์ (เสียดายไม่ไ้ด้ถ่ายรูปมา มันเป็นนวัตกรรมจริงๆค่ะ)

แต่รู้มั้ยที่โน่นน่ะ เค้าให้คนตาบอดมาเรียงขนมปัง และล้างจานอ่ะ (เฮือกกกกกกกก) รู้อยู่หรอกว่าอยากให้เท่าเทียมกันและให้อาชีพกับคนพิการ
แต่ให้มาล้างมีด ล้างของมีคมเงี้ย ลุงแกจะมีแผลที่มือตลอดเลย เค้าคงควานหาของใส่เข้าเครื่องล้างจานไม่เจออ่ะ (แกมีหน้าที่ล้างคราบยากๆแล้วก็โยนเข้าเครื่องล้างจาน จะมีคนธรรมดาอีกคนรอรับจานอยู่ปลายทาง)
สงสารแกมากๆเลย แต่แกก็มีศักดิ์ศรีนะ เราเลยไม่อยากจะทำให้แกรู้สึกว่า มาช่วยเพราะสงสารแก แค่เราพาแกเดินไปเซ็นชื่อก็พอแล้วล่ะ


ภาพในห้องครัว ซึ่งเป็นพื้นที่ๆใหญ่ม๊ากกกก

บางทีต้องตักน้ำแข็ง ยังกะกรรมกร อุปกรณ์คือ พลั่ว 1 อัน ถังพลาสติครูปร่างคล้ายถังขยะเปียกบ้านเรา ถุงพลาสติค และช้อน(ใหญ่ๆ)
จะมีภูเขาน้ำแข็งสูงกว่าหัวเรารออยู่ในห้องให้เราได้ทลายกองนี้มาเป็นน้ำแข็งใส่ในน้ำอัดลมค่ะ ผู้หญิงทั้งน้านนน ไปตักกับพลั่วที่ใหญ่กว่าหัวพวกเราอีก ขนาด 3 กิโลได้ต่อ 1 พลั่ว
เดี๊ยนได้แผลประจำ เลยหลีกเลี่ยงงานนี้ (แย่ว่ะ)


ภาพบริเวณไลน์ค่ะ ที่ลุงเค้าทำอยู่ที่มีไฟก็คือ การตักฟรายส์ใส่กระบะค่ะ

จะยืนอยู่เฉยๆ หรือนั่ง และคุยกันไม่ได้นะ จะโดนจับแยก เลยต้องเนียน
จริงๆมีกฎว่าห้ามคุยภาษาตัวเอง เพราะคนอื่นฟังไม่เข้าใจ แต่พวกเราก็ยังทำอยู่เสมอ เรียกได้ว่าไปเมกาก็เหมือนอยู่ไทย แถมนินทาระยะเผาขนได้อีกด้วย
อุ๊ยยย ไม่ดีๆ เด๋วติดนิสัยมานินทาที่นี่

นอกจากนั้นก็มีหน้าที่จิปาถะ เค้าเรียกว่า Runner เอาไว้เทขยะ , เติมน้ำแข็งระหว่างวัน, เช็ดโต๊ะ , เติมซอส
ว่าถึงเรื่องซอสเนี่ย ที่โน่นเค้าจะมีซอสเยอะม๊ากกก แบ่งเป็นดังนี้
- Ranch ซอสยอดฮิตของคนที่โน่น สีขาวๆ รสชาติเปรี้ยวๆหน่อย ชอบเอาไว้ใส่เบอร์เกอร์
- Mayonaise มายองเนสนั่้นเอง แต่เค้าอ่านว่า เมย์-เนสว่ะ ตอนแรกพูดตั้งนานจะบอกว่า มายองเนสหมดโว้ย ไม่เข้าใจซะที หรือเรียกสั้นๆว่า เมโย (Mayo)
- Ketchup ซอสมะเขือเทศ อย่าไปเรียกว่า Tomato Sauce นะคะ คนละอันกัน อันนั้นเอาไว้ทำอาหารเม็กซิกัน (อ่านว่า เคทฉับ ไม่ใช่ แคทชั้บนะ เด๋วจะเข้าใจว่าเป็น Catch up)
- Mustard not Bastard มัสตาร์ดสีเหลืองๆ เหม็นๆ แต่รสเผ็ดๆนั่นแหละ
- French สีแดงๆนะ รสชาติพอแทนกับซอสพริกได้ (แก้ให้แล้วนะจ๊ะน้องเบิด)
- Barbecue sauce
- Italian อันนี้ก็ไม่รู้ว่าอะไรเหมือนกันว่ะ
-Tar Tar Sauce ซอสนี้เคยกินที่เมืองไทยแล้ว เวลากินกับปลาไง โกลเด้นฟิชของเชสเตอร์กริลล์อ่ะ

พ่อครัวที่โน่นจริงๆก็ไม่เก่งไรมากหรอก เวลาทำมันบดอ่ะ ก็เอามันบดสำเร็จรูปตีในเครื่องตีไข่ , ทำเกรวี่ก็มีสำเร็จรูปอีก โอ๊ย...ทุกอย่างนั้น.....ฉีกซองมาก็เรียบร้อย ไม่ต้องจบ กอร์ดอนบลูจากฝรั่งเศสมาก็ทำได้
ของเราไม่ต้องทำอาหารเอง เพราะมีครัวแยก แต่เพื่อนบางคนต้องทอดเฟรนฟรายส์เอง เจ๋งมากค่ะ

ภาพนี้ ถ่ายไป ร้อนไป... ข้างหน้าคือ Hashbrown ค่ะ เป็นอาหารเช้าอีกอย่างนึง ทำจากมันฝรั่งเส้นๆแล้วปั้นแล้วก็ทอดค่ะ แต่ที่นี่มีแบบสำเร็จอยู่แล้วไม่ได้ทำเอง

เพื่อนร่วมงาน
มีทั้งคนดำ คนขาว เด็ก และคนแก่ ซึ่งทั้งหมดนี้ เราว่าส่วนใหญ่เป็นคนที่น่ารักนะ ได้เพื่อนมาเยอะเลย แต่ว่าเราเองก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับพวกเค้ามากเท่าไหร่
เริ่มจากคนดำ เพื่อนร่วมงานคนแรกกับกะเหรี่ยง 3 คนก็คือ Venecia จาก Toledo เป็นสาวที่ชอบการสักฮ่ะ แถมยังร้องเพลงเพราะด้วย เพราะว่าเธอร้องเพลงในโบสถ์
แรกๆก็เหมือนจะรักแฟนดี แต่เอ....หลังๆทำไมมากิ๊กกับอีตาคนดำอีกคนเนี่ย? แต่สุดท้ายเธอก็กลับไปตายรังค่ะ (ไงล่ะ สนิทแค่ไหน เล่าให้ฟังด้วยละกัน)


คนที่สอง ชื่อ Tamara หรือ Tam เป็นสาวดำไฮเปอร์ มนุษยสัมพันธ์เยี่ยม จนได้รางวัลประจำ CP เลย ชื่อรางวัลว่า Corner stone เป็นรางวัลของคนทำดีฮ่ะ
เธอคนนี้ จะชอบใส่กางเกงลูกเสือแล้วพับขึ้นไปอีก...(เพื่อ?) ขาเธอก็ยาวอยู่แล้ว ฟันหน้าม้าอีก....แถมดัดฟันด้วย อู้ววว แต่เวลาเธอแต่งตัวไปเที่ยวล่ะก็ เปรี้ยวไม่เบา
คนนี้ก็ฮอตเหมือนกันค่ะ มีหนุ่มๆมาจีบมากมาย แต่เธอไม่เอา เพราะเธอมีแฟนอยู่แล้ว รักเดียวใจเดียวเจงๆ


นอกนั้นจะเป็นคนขาวค่ะ คนนี้เป็นป้า ชื่อป้าลอร่า แกอ้วนๆเตี้ยๆนะ แอบอู้ประจำ แถมแอบกินขนมในเวลางานตลอด แต่แกฮาดีค่ะ แกมีลูกอายุ 16 แล้วนะ แถมลูกแกได้ดิบได้ดีเป็น Sup ด้วย ทำงานโคตรดีเลย ผิดกับแม่ลิบ
ป้าแกรับจ๊อบหลายที่ฮ่ะ ทั้งทำงานในโรงแรมแถวนั้นด้วย แกจะรักแอนเป็นพิเศษอาจเพราะไซส์เดียวกัน อิอิ เป็นแม่ลูกอีกคู่ที่พลัดพรากกันไปนาน


อีกคนเป็นป้าจากเมกาใต้ค่ะ จะพูดสำเนียงแปลกๆ แถมยังฟังภาษาอังกิดไม่ค่อยเข้าใจอีก ทีนี้ กะเหรี่ยงเลยต้องสอนกะเหรี่ยงค๊าาาา เค้าเลยซึ้งใจมาก แถมยังทำงานอีกที่ที่แมคโดนัลด์ด้วย (แอนได้งานพิเศษที่แมค) เลยสนิทกันระดับนึง
แต่แกโดนเด็กปากเสียด่าค่ะ ว่าแกทำงานไม่ได้เรื่องพูดไมค์ไม่เข้าใจ แกเลยเสียเซ้ว เลยเปลี่ยนงานไปกวาดสวนสนุกแทน แกบอกว่า ดีกว่าอยู่กับคนใจร้าย

ส่วนอีกคนเป็นลุงค่ะ ชื่อลุงเดฟ ตอนแรกแกมาเนียนใส่ชุดลูกเสือค่ะ แต่นึกภาพลุงอายุ 60 กว่าใส่ชุดลูกเสือขาสั้นนะคะ อู้ววว.....แรงค่ะ
แต่ความฉลาดของแกเริ่มฉายแววแปลกๆ มาอีกวันแกบอกเราว่า นี่ๆ ฝากหน้าร้านไว้แป๊ปนะ เด๋วมา .....ซักพักค่ะ แกมาพร้อมชุดใหม่ เป็นชุดของ Supervisor ค่าาาา
แกเลื่อนจากพนักงานไปเป็นหัวหน้าค่ะ......แรงมั้ยคะ? จริงๆแกควรจะเป็นหัวหน้ามาตั้งแต่แรกแล้ว แต่แกอยากศึกษางานก่อน รวมทั้งศึกษาความประพฤติของเพื่อนร่วมงานด้วย แกเลยชื่นชอบพวกเราเป็นพิเศษ
เพราะกะเหรี่ยงใช้ง่าย ไม่บ่น มีสัมมาคารวะ ฉลาดด้วย แกเลยรักพวกเรามากค่ะ ตอนเราจะกลับก็พาไปเลี้ยงข้าวที่บ้านด้วย (คิดถึงจัง)


ว่าแล้วก็....ไม่มีไรจะเมาท์และ แต่เด๋วจะแอบเมาท์เรื่องงานอื่นๆที่นึกออกในตอนต่อๆไปนะคะ
บลอคหน้า ได้เวลาของการเที่ยวแว้วววววว เริ่มจากเที่ยวใกล้ๆก่อน นั่นคือ ภายในสวนสนุก Cedar Point นั่นเองค่ะ ใครอยากดูรูปเยอะๆ คราวหน้ามีแน่นอน
อ่อ..........ต่อไป บลอคของการไปเมกา และการทำงาน Work and Travel จะย้ายไปที่บลอคใหม่นะคะ เปิดมาเพื่อการนี้ ...pompoko-in-usa.exteen.com
ส่วนบลอคปกติ pompoko.exteen.com ก็ยังเปิดอยู่เช่นกัน แต่จะเป็นเรื่องอื่นๆในชีวิตแล้วล่ะึ้ค่ะ


edit @ 2006/10/22 19:42:32

Comment

Comment:

Tweet


Even good university students are not willing to take a risk and strive to finish academic essays by their own! Hence, they simply buy custom essay paper "supreme-essay.com". Furthermore, that gives them an opportunity to focus on personal stuff!
#18 by essay editing service (31.184.238.73) At 2013-08-11 18:44,
You may <a href="http://Soft-group.com">Hire Coldfusion Developers</a> from our team of experts for a term of three months to a year.
#17 by GilmoreROSE20 (103.7.57.18|91.201.64.16) At 2012-10-16 13:06,
Very nice site!
#16 by eooowptt (213.178.182.98) At 2009-10-08 23:06,
เอ๋ ดูวันที่ผิดแฮะ แหะๆ
#15 by ปอ (124.157.172.204) At 2009-09-10 19:39,
ไปมา 6 ปีแล้วสิคะเนี่ยconfused smile
#14 by (124.157.172.204) At 2009-09-10 19:39,
อิจฉาเดียวขอเมย์กะแนนไปทำแล้วจะมาโม้ให้ฟังน่ะค่ จาร์ย ป้อม
#13 by nu_may (124.121.189.233) At 2007-02-03 02:08,
หนุกดีค่ะ เล่าสนุกมากค่ะ
#12 by .. At 2007-01-10 22:05,
อ่านเหมือนกัน ชอบชอบ กำลังจะไปปี2007 ทำ room attendant ช่วยแนะนำบ้างอ่ะ
#11 by jang (202.139.223.18) At 2007-01-08 23:13,
ดูแล้วคิดถึงวันเก่าๆ เนอะพี่ป้อม ขอบคุณนะคะที่ช่วยบันทึกความทรงจำเอาไว้
#10 by น้องแอน (58.136.48.45 /192.168.182.88) At 2006-11-26 22:53,
หนุกๆๆ เล่าอีกๆๆๆๆ
#9 by nan_multi (124.120.244.8) At 2006-10-28 22:17,
อยู่ว่างๆ ได้มีโอกาสเข้ามาอ่านเรื่องที่ป้อมได้ไปอเมกามา น่าสนุกสุดๆเลย เห็นแล้วอยากไปมั่งจัง.....
#8 by jub (203.159.36.10 /203.159.39.121) At 2006-10-09 23:01,
ขอบใจจ้ะ เด๋วแก้ข้อมูลนะ
ตอนเขียนเจ๊ก็จำไม่ได้ เจ๊เบลอ
วันหลังมาอ่านอีกเน้อ
พี่ป้อม French อ่ะ มันเป็นสีแดงๆ เหมือนซอสพริกไม่ใช่นิ ? เบิดเอามากินกับไก่ทอด ทุกทีอ่ะ (ฝรั่งมันว่าเบิดประหลาดเอา French มากินกะไก่ แต่มันไม่รู้สึกเลยว่าการที่เอาซอสพริกมากินกับสลัดน่ะ ประหลาดยิ่งกว่า)

อ้ออ แล้วไอ้ Italian น่ะ มันเป็นน้ำสลัดที่เป็นน้ำมันมะกอกอ่ะใสๆ หน่อย เปรี้ยวๆ อร่อยๆ

แล้วพี่ป้อมเขียนตกไปอย่างนึง คือ Tar Tar Sauce อ่ะ ของโปรดของเบิด เอาไว้กินกับปลาอ่ะ
#6 by เบิด อีกครา (203.147.0.48 /203.156.147.145) At 2006-10-06 00:42,
เข้ามาบอกว่า ภาพที่พี่ป้อมถ่ายคู่กะแอนน่ะ ฝีมือผม!!!!

ฮ่าฮ่า เข้ามาทวงค่าถ่าย


เอ่อออ คุณข้างบนที่ชื่อ เคนเนี่ย ตอนแรกนึกว่าเป็นเคนที่ไปกับเรางวดนี้ซะอีก
#5 by เบิด (203.147.0.48 /203.156.147.145) At 2006-10-06 00:36,
ซึ้งจัง ที่เข้ามาอ่าน
โชคชะตาทำให้เรากับฟี่ได้ไปที่เดียวกันนะ
วันหลังมาอ่านใหม่น้า.....
#4 by Pompoko~in~USA At 2006-10-04 23:44,
Hey P'Pom.. We've never met, but I am Toffee's friend na. I was working on Magnum last summer. I'm glad that you are sharing this with us. It's so nice to see pictures and read stories about CP again. I really miss it. I wish I could go back there again at some point. I will save the URL and try to find some time to finish up your blog. Thanks!

Keep up the good work
Ken
#3 by Ken (58.147.72.65) At 2006-10-04 22:16,
แวะมาอ่านเสมอๆเวลาไม่มีไรทำจ้า
อ่านแล้วก็ทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่ทำงานที่นั่นเหมือนกัน CP ยังไม่เปลี่ยนไปเลย....
#2 by Toffee (58.8.46.42) At 2006-10-04 21:46,
dole กินบ่อยซื้อที่ top
#1 by veer At 2006-10-04 14:36,