2006/Oct/22

ความเดิมตอนที่แล้ว
ตอนแรก Pompoko go inter: From airport 2 airport ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องยันมาเหยียบเมกา

ตอนที่ 2 Pompoko Go Inter: Livin a Life ดำรงชีวิตก่อนการทำงานใช้แรงงาน

ตอนที่ 3 Pompoko go inter: Work Work Work วันๆทำงานไรบ้าง

ตอนที่ 4 Pompoko go inter: Being a Food Host เป็น Food Host ไม่ใช่ง่ายๆ

ตอนที่ 5 Pompoko go inter (5) : U Give Me 5 !! เป็นแคชเชียร์สนุกมั้ย? เงินเค้าเรียกยังไง นับยังไง มีอะไรกินในแคฟบ้าง

นี่เป็นบลอคเปิดใหม่เป็นเรื่องเมกาและ Work and Travel โดยเฉพาะนะคะ
ถ้าอยากอ่านเรื่องทั่วไป แนะนำให้ไปอ่าน Pompoko เจ้าเดิมนะคะ

อ่านแล้วเม้น หรือฝากรอยเท้าเอาไว้หน่อยนะคะ บลอคนี้ไม่ว่าค่ะ ถ้าจะเม้นว่า
"แวะมาดู", "อ่านแล้วนะ", "เขียนไรวะ?"
จะได้รู้ว่ามีคนเข้ามาอ่านน่ะค่ะ ทำรูปนานนะโว้ยยยย...................ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อยากให้คนมาอ่านอ่า


เอาล่ะ หลังจากบ่นเรื่องงานมาหลายบลอค ได้เวลาเที่ยวกันแว้วววววววววว.......
เตรียมเสื้อผ้า หน้าผมให้ดี วันนี้เจ๊จะพาไปเที่ยวสวนสนุกกัน


รูปนี้ถ่ายวันแรกเลยที่มาเหยียบที่นี่.... ชอบฟ้ามาก...

เล่ามาหลายทีแล้วว่า Cedar Pointนั้น เป็นสวนสนุกเก่าแก๊ เก่าแก่ ขี้เกียจเล่าและ อยากรู้ไปอ่านเอาเอง
จริงๆเครื่องเล่นก็เหมือนๆกับสวนสนุกอื่นในเมกาล่ะ เช่น Six Flagsไรเงี้ย แล้วที่ตลกคือ เวลามีคนส่งเมลมาบอกว่า เสียวสุดๆ อ่ะ มันมีเครื่องเล่นของที่นี่ด้วย แปลว่าไม่ธรรมดานะฮ้า

คือ หลังจากที่เราสัมภาษณ์ได้ที่นี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มคิดหนัก เวรกรรม แค่ดรีมเวิร์ลกูยังไม่เล่นเลย จะไปซีดาร์พอยท์เพื่อ?...
เราก็ตั้งปณิธานว่า "กูไม่เล่นเครื่องเล่นนะ" ยกเว้นชิงช้าสวรรค์และกระเช้าลอยฟ้า
แต่ปรากฎว่า.........กูกลายเป็นเล่นหลายอย่างยกเว้นสองอย่างข้างต้น


ฝรั่งนายนี้ ชื่อ นายแดน แรกๆมาทำเนียนกินข้าว ไอ่เราคนไทยก็สงสารให้กินอยู่หลายมื้อแต่ตอนหลังแฟนฮีมาเป็นสาวฟิลิปปินส์ น่ารักทั้งคู่เลย ทำงานหาเงินเที่ยวกันทั้งคู่

เริ่มแรกเรามาทัวร์สวนสนุกกันชิวๆก่อน สวนสนุกนี้ มีตัวสนู้ปปี้เป็นมาสคอต เพราะว่าโคกัน ของในนั้นก็มักจะมีรูปเจ้าพวกนี้อยู่ด้วย แถมเป็นของมีลิขสิทธิ์ด้วย ซื้อของแท้ได้มาตัวเดียวเองอ่ะ


กิจกรรมแรกๆของเดี๊ยนจึงเป็นการเดินช้อปของซะส่วนใหญ่ ทั้งแก้วน้ำ จานชาม หม้อไห เสื้อหนาว


ถ่ายหน้าร้าน Snoopy กับเชอรีล (Sheryl) รูมเมทชาวสิงคโปร์สาวฮ็อตทั้งชายและหญิง

อ่อ แล้วก็มีร้านอาหารสุดหรูหลายสไตล์ไว้บริการด้วย ร้านเพื่อนบ้านของเราก็คือ ร้าน Macaroni ชื่อก็บอกแล้วว่าขายอาหารอีสาน..เอ๊ย อีตาเลียน ทั้งพิซซ่า สปาเกตตี้
เราก็ได้ลาภปากตอนก่อนเปิด โดยการให้เราเป็นเหมือนลูกค้าจำลอง มาทดลองสั่งอาหารและทดลองกิน (ปรากฎว่าชั้นท้องเสียทันที แหะๆ กินเยอะไปหน่อยอ่ะ)
ยังเก็บบิลไว้อยู่เลย ตั้ง 40 เหรียญแน่ะ.... บ้าไปแล้ว


รูปนี้ จัมโบ้ถ่ายไว้ เป็นท่าทำเท่หน้าร้าน Donut time อร่อยดี แต่ supที่นี่เป็นเกย์ที่แรดมาก เรียนภาษาไทยเร็วมาก คำด่านี่จะเร็วเป็นพิเศษ ชอบคุยสเปนกับตุ๊ดตู่บ่อยๆ เพราะพวกเราไม่รู้ไง
ตอนเราจะกลับ นิคไปสักชื่อตัวเองเป็นภาษาไทยด้วยนะ ให้น้องนัทเขียนให้ เจ๋งป่ะล่ะ แต่เสียดายตรงที่ตอนพวกเราจะกลับมันเป็นโรคแพ้อะไรซักอย่างเลยต้องกลับบ้านเกิด น่าสงสารมาก


รูปนี้ ข้างหลังเรา คือร้าน Johnny Rocket มีจุดเด่นคือ ถ้าเพลงประจำร้านเปิดขึ้นมา ไม่ว่าพนักงานเสิร์ฟ กัปตัน แคชเชียร์ก็จะต้องออกมาเต้น เอ้า..ออกมาเต้น
เต้นกันเป็น step นะฮ้า...ซ้อมกันมาอย่างดี ชั้นเห็นแล้วเสี้ยนมาก เลยคิดท่าเต้นจากน้องแอนผู้นำสันฯแห่งลาดกระบัง มาเต้นในแคฟบ้าง ท่าไรนั้น...ต้องมาดูเอง

ไม่ได้มีแค่ร้านๆนะ พวก Kiosk หรือ รถเข็นก็มีเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะขายน้ำ และไอติม Dippin Dots ไอติมเม็ดๆอ่ะ อร่อยแสดดดดดดดดดด แต่แก้วเล็ก 4 เหรียญเลยนะก๊า...แก้วใหญ่อย่าให้เซด
แต่หนุ่มๆฝรั่งเค้าก็ใจป้ำซื้อให้คู่เดตกินนะ แอบเห็นหน้าถอดสีเหมือนกันตอนรู้ราคา ของในสวนสนุกนี่แพงหมดล่ะค่ะ ถ้าใครคิดจะไปควรทำอาหารมากินเองหรือแวะซื้อแม็คก่อนเข้าไปนะจ๊ะ

สาวในรูปนี้ เด็บบี้สาวฮอตจากสิงคโปร์มาแรกๆน่ารักมาก หน่มไทยแย่งกันจีบ แต่ต่อไปต่อมาทำงานกลางแดดเปรี้ยงๆเลยผิวแทนกลับสิงคโปร์ไปเลย ก็ยังน่ารักอยู่


รูปนี้เราชอบมาก..เราชอบสีของน้ำพุข้างหลังอ่ะ มันพอดีๆ เบิดบอกว่าถ้าใครโยนเหรียญลงไปในน้ำพุจะได้กลับมาที่นี่อีก ทำไมกูไม่เคยรู้เลยวะ ไม่ได้โยนซะด้วย แต่อยากกลับไปนินา

ทีนี้มีวันนึงเป็นวันเหมือนแบบ Welcome Party ให้พนักงานเล่นเครื่องเล่นเท่านั้น ซึ่งจะเวียนๆไป แต่วันใหญ่ๆที่มีอาหารเลี้ยงด้วยเนี่ย จะมีวันเดียว แจกกระบอกน้ำด้วย คนไทยนี่ก็สมองใสเอามาเป็นของฝากซะงั้น รวมทั้งชั้นด้วย หึหึ
แต่ของตัวเองสีชมพูกลับทำหายอ่ะ หายากด้วย กูเซ็ง
วันนั้นเค้าให้เล่น Skyhawk เครื่องเล่นใหม่ล่าสุด รูปร่างคล้ายเสาชิงช้า แกว่งไปมา โอ้วววว ยืนดูอยู่ถึงกับร้องไห้ กลัว.........
แต่มาแล้วทั้งที เพื่อนก็ชวนกันใหญ่ น้องแอนเล่นหลายรอบทีเดียวแถมได้จับมือหนุ่มสิงคโปร์ซะด้วย อิอิ เราก็ยังใจแข็งอยู่ จนสุดท้ายก็ตกลงไปเล่นล่องเหมืองสุดเฟล คือมันชื่อ Mineride แล้วจะประมาณว่ารถไฟเหาะแหละ

(ที่นี่รถไฟเหาะเยอะมาก แถวนั้นเค้าเรียกว่า Roller Coaster มีตั้ง 16 อันแน่ะ ไม่รวมเครื่องเล่นอื่นๆนะ) นั่งกัน 4 คน ชั้นมือใหม่เลยนั่งหลัง... กลัว
แม่งเล่นตอนกลางคืนนิ มองไรไม่เห็น มันส์ดี แต่มาทำกูเฟลตอนที่ขึ้นไปถึงจุดพีคแล้วอยู่ๆก็ไหลลงมา กูก็กรี๊ดเต็มที่ ห่าเอ๊ย ดับพีคกูได้อีก อารมณ์แบบนี้ (ตามรูป)
อีน้องที่ไปด้วยกันขำใหญ่ บอก พี่ป้อมวันหลังจะมาเล่นกับพี่นะ บิ๊วโคตรๆ จากเครื่องเล่นปกติกลายเป็นเครื่องตื่นเต้นทีเดียว

แต่คืนนั้นขำไม่ออก ตอนที่ทุกคนจูงมือไปเล่น Skyhawk กูแบบ...เอาวะ มาครั้งเดียว ลองดูซะทีจะเป็นไร ตอนขึ้นไปนี่ใจหายวูบ ใจหายจริงๆนะ
คือลืมตาด้วยไง แล้วก็กรี๊ดแหละ แต่สงสัยกลัวความสูงจนลืมการกลั้นหายใจ มันแกว่งไม่กี่รอบนะ ไม่เหมือนเมืองไทยแล้วแต่อารมณ์คนคุม แต่รอบแรกๆนี่บอกตรงๆ "กูจะตาย"
สุดท้ายเลยหลับตาแล้วกรี๊ดอย่างเดียว บอกได้เลยว่า ไม่เคยหลับตาอะไรมืดขนาดวันนั้นมาก่อน น้องๆมันก็บอก พี่ป้อมๆดูเร็วพระจันทร์สวยมาก ดูไฟสิพี่ กูแบบ เออ ไม่เปนไรที่บ้านกูก็ดูได้ กลัวตายมากกว่า (ตายเพราะหายใจไม่ทัน)

สรุปว่า ลงมาแล้ว.....ขาอ่อนเลยทีเดียว น้องที่ไปด้วยบอกว่า ต่อไปก็เล่นอย่างอื่นได้แล้วสิ อันนี้มันก็ขั้นสูงแล้วอ่ะพี่ ชั้นก็เลยตกลงที่จะเล่นอีกหลายๆเครื่องเล่น
เช่น รถบั๊มพ์ (นี่เสียวแล้วหรอ?), รถราง (อู๊ยย เสียวเข้าไปใหญ่)เค้ามีแต่เด็กเล่นกับพ่อแม่ชิวๆ กูขับนี่เหมือนเก็บกด เหยียบคันเร่งได้อีก แปร๋นๆๆๆๆ มันส์สาด เกือบตกรางด้วย


อ่อ......กูพลาด Splash ไปอ่ะ เซ็งเลย อยากเล่น แต่สูงกว่าของดรีมเวิร์ลสองเท่าได้ สะใจทีเดียว
มาเล่น Wildcat ชั้นให้ชื่อไทยว่า แมวบ้า แม่งเอ๊ย น้องๆบอกโอ๊ยไม่เสียวเลยพี่ มึนๆ กูเล่นไปมึนไป เสียวกว่าอี Mineride 8 เท่า เกือบอ้วกเลยวันนั้น อันนี้จะนั่งแค่ 4 คนน่ะ

ต่อมาก็ไป Gemini เป็นรถไฟเหาะสองรางวิ่งแข่งกัน แต่รางยาวแล้วสูงทีเดียว แต่อะไรจะสู้ Skyhawkได้ล่ะ อีนี่ จิ๊บๆมาก เคล็ดลับก็คือ รู้วิธีหายใจเวลามันจะขึ้นพีคแล้วลง ก็หายใจให้สุด แล้วพอมันลงก็ปล่อยกรี๊ด ลมมันจะออกมาเอง สะใจดี
แล้วก็มองไปไกลๆก็ได้ แต่อันนี้มีอีกรางให้เรามองหนุ่มๆ อิอิ ก็เลยชอบมาก...เสียดายเล่นรอบเดียว ขี้เกียจต่อคิว

Credit: Cedarpoint.com

ภาพนี้สวยมาก แต่เราคงถ่ายเองไม่ได้หรอก
Credit: Cedarpoint.com


ข้างหลังนั้นคือ รถไฟเหาะชื่อ Raptor มึนดี (เพื่อนบอกมา เราไม่กล้า กลัวอ้วก)
ส่วนรถไฟเหาะที่คนเล่นยืนเหาะ ชื่อ Mantis จ้ะ (เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย จัมโบ้)

อีกอย่างที่ชอบชื่อว่าDisaster Transport ชื่อดูน่ากลัวเนอะ แต่ว่าโคตรไก่กาเลย เหมือนท่องยานอวกาศน่ะ
อารมณ์คล้ายกับ Space mountain ของดรีมเวิร์ลแหละ แต่เสร็จเร็วไปหน่อยอ่ะ ชอบๆๆๆ มืดดี

Credit: Cedarpoint.com

ถ้าใครอยากลองของ แนะนำให้ไปเล่น Millenium Force ต่อด้วย Dragster แล้วก็ไป Power Tower แล้วก็ไป Maxair นะ
เอารูป Maxair มาฝาก


Dragster คือรถไฟเหาะที่วิ่งด้วยความเร็ว 120 ไมล์ต่อชม.แล้ววิ่งขึ้นไปความสูง 420 ฟุตแล้วทิ้งดิ่งลงมาเท่านั้นเองค่ะ เดี๊ยนรับไม่ได้



Credit: Cedarpoint.com

นอกจากเครื่องเล่นแล้ว ที่นี่ยังมีอีกโซนเป็นสวนน้ำชื่อ Soak City เดี๊ยนก็รู้ว่าจะเล่นน้ำ เลยซื้อบิกินี่รอไว้เรียบร้อย เราซื้อก่อนซีซั่นอ่ะ ก็ไม่แพงนะ สำหรับลายนี้ เราชอบ ใส่ได้สองด้านด้วย (ตัวบนนะยะ ตัวล่างใส่สองด้านก็กระไรอยู่)


สรุปว่าไปเล่นกับน้องแพรวสองคน...น้องแกชวนไปอันแรกเลยครับ สูงโคตรๆ สามสิบเมตรได้ เป็นล่องแก่งอ่ะ เรานั่งในห่วงยางใหญ่ๆแล้วไหลลงมาอ่ะค่ะ นั่งกันสี่คน เพื่อถ่วงน้ำหนัก แรกๆเดี๊ยนไม่เท่าไหร่ พอหลังๆ เฮ่ย มันเอียงทีนี่แทบจะ 90 องศา

รอบแรกน้องแพรวโดน อีกรอบก่อนกลับเดี๊ยนโดนฮ่ะ ชอบมากกกกกกกกกกกก แล้วมันก็มันส์สุดแล้วอ่ะ นอกนั้นก็ไม่มีไร เดี๊ยนกลัวไปเอง เพราะว่ากว่าจะไต่บันไดขึ้นไปเล่นห่วงยางได้ก็แทบตาย นอนลงมาบ้าง นอนแล้วมืดๆก็สนุก ลุ้นดี

อันนี้ตัวเปล่า เสียวโคตร

Inner Tube เล่นสองคน....เสียวอีก ชอบ


อันนี้เจ็บตูดสัด ใส่กุงเกงบิกินี่อ่ะ มันก็ไม่ปิดตูดมากนักหรอก เอาตูดไถมาเล่นอีก

All pics credit from Soak City

จะบอกว่า ที่โน่นน่ะ ไม่มีใครเค้ามองกันหรอก ว่าอีนี่อ้วนแล้วยังกล้าใส่บิกินี่ มีแต่กะเหรี่ยงด้วยกันนี่แหละคอยมอง เราก็เลยคิดหนักตอนที่กลับมาแล้วว่า แล้วจะไปใส่ที่ไหนแล้วคนไม่มองวะ? หุ่นกูก็ไม่ดี อยู่ที่โน่นเนี่ย แบบเราก็ผอมแล้วล่ะ
กะว่าไปเกาะที่ฝรั่งเยอะๆจะกล้าใส่หน่อย ไม่งั้นก็อายอ่ะ ใส่กับกางเกงขาสั้นด้วยก็คงดี ตูดดำอะ

ตบท้ายด้วยรูปเพื่อนที่มาจากชิคาโกมาเที่ยวกัน (แอนฮ่ะ)แต่ดันพลาดกันตอนโทรมานัด เลยได้เจอกันวันเที่ยวเลย วันนั้นเสียดายมาก ฝนตกหนักตอนเย็น เลยไม่ได้เล่นต่อเลย



ข้างหลังสูงๆคือ Power tower ที่ทิ้งดิ่งอ่ะค่ะ


ข้างหลังคือ รถไฟที่ทัวร์รอบๆสวนสนุกค่ะ ...แล้วถ้าเราใส่ชุดพนักงานผ่านตอนรถไฟวิ่งล่ะก็
เราจะต้อง "Wave and Smile" โบกมือและยิ้มค่ะ.....

ขอแถมเรื่องก่อนกลับ ด้วยการที่ Gary เจ้านายใหญ่และตา Dave พ่อครัวใหญ่พาเราทั้งสามคนไปนั่งเรือเล่น...เท่จริงๆ เค้าว่ากันว่าถ้าเอาเงินเก็บมาซื้อเรือ รถเงี้ยจะได้เสียภาษีน้อยลงอะไรประมาณนี้ แถวนั้นเค้าเลยมีเรือเป็นแถวเลย
ดูกันแบบเป็นสไลด์ละกัน จะได้ไม่โหลดยาวนะ

เราว่านะ การมาสวนสนุก ควรจะมากับกลุ่มเพื่อนเยอะๆไปเลย หรือมากับคู่เดตก็ดี จะได้จับมือกันกรี๊ดไง.......บรรยากาศก็รื่นเริงด้วย ชอบจัง
แต่แฟนเดี๊ยนไม่นิยมเล่นเสียวน่ะซี้...........ทำไงดีคะ?

Next บลอคหน้า พาไปเที่ยว Niagara falls เต็มๆค่ะ


edit @ 2006/10/23 22:46:29

2006/Oct/03

ความเดิมตอนที่แล้ว
ตอนแรก Pompoko go inter: From airport 2 airport ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องยันมาเหยียบเมกา

ตอนที่ 2 Pompoko Go Inter: Livin a Life ดำรงชีวิตก่อนการทำงานใช้แรงงาน

ตอนที่ 3 Pompoko go inter: Work Work Work วันๆทำงานไรบ้าง

ตอนที่ 4 Pompoko go inter: Being a Food Host เป็น Food Host ไม่ใช่ง่ายๆ

นี่เป็นบลอคเปิดใหม่เป็นเรื่องเมกาและ Work and Travel โดยเฉพาะนะคะ
ถ้าอยากอ่านเรื่องทั่วไป แนะนำให้ไปอ่าน Pompoko เจ้าเดิมนะคะ

อ่านแล้วเม้น หรือฝากรอยเท้าเอาไว้หน่อยนะคะ บลอคนี้ไม่ว่าค่ะ ถ้าจะเม้นว่า
"แวะมาดู", "อ่านแล้วนะ", "เขียนไรวะ?"
จะได้รู้ว่ามีคนเข้ามาอ่านน่ะค่ะ ทำรูปนานนะโว้ยยยย...................ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อยากให้คนมาอ่านอ่า


กลับมาและ....หลังจากป่วย เจอมรสุมรุมเร้า ... เราเปิดบลอคมาก็อยากจะเขี๊ยน อยากจะเขียน แต่แบบไม่รู้ทำไม เราถึงไม่ยอมเขียนซะที
เอาล่ะ วันนี้จะเป็นเรื่องของการทำงานอีกหน่อยนึง นั่นก็คือ การเป็นแคชเชียร์นั่นเอง
ตอนไปอ่ะ ก็มีตำแหน่ง แคชเชียร์โดยตรงนะ แต่ต้องเป็นคนที่ภาษาอังกฤษดีซะหน่อย เราก็เลยชวดไป
แต่สุดท้ายเราก็ได้ทำตำแหน่งที่เราใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก อู้วววว ถึงขั้นแกะยางลบเป็นตรายางเวลาปั๊มของที่จ่ายเงินแล้วละกัน
นั่นคือ การเป็นแคชเชียร์ หรือที่โน่นเค้าเรียกว่า Cash Register


ตอนแรกก็ต้องฝึกจำก่อนว่าปุ่มไหนอยู่ตรงไหน อุตส่าห์เอาไปท่องก่อนทำเป็นวันเลยน้าา เห่อมาก
แต่เวลาทำจริงๆก็แบบนั่งหาอยู่ดี .....อ่อ แค่วันแรกๆเท่านั้นนะฮ้า หลังเนี่ย หลับตากดยังได้เลย (คุยซะไม่มีอ่ะกู)
การทำหน้าที่นั้นมีขั้นตอนดังนี้
1. กดเปิดล็อคเครื่อง
2. ยิ้มพร้อมทักทายลูกค้า เช่น Hi! How u doin? / G'morning
แล้วสายตาก็มองไปที่ถาดอาหารของเค้าว่ามีไรบ้าง แล้วสแกนอย่างรวดเร็ว
3. พูดชื่ออาหารของเค้าพร้อมกดบนแป้น เช่น U got 2 Cheeseburger , 1 Pop (แปลว่า น้ำอัดลม) , 1 Fries
4. กดรวมตังค์ พร้อมบอกตัวเลข เช่น 13.64 (It's thirteen sixty four) แม่ง...ระยะแรกๆนี่พูดผิดๆถูกๆ ยังไม่ชินเรื่องตัวเลขมากนัก เห็นเลข 6 พูดเลข 4 ก็มี แป้กเลย
5. รับเงินมา พร้อมพูดทวนแบงค์ที่เค้าให้ เพราะจะได้เข้าใจตรงกันทั้งคู่ จะได้ไม่มีปัญหาว่าเราทอนผิด หรือเค้าหยิบแบงค์ผิดแล้วมาเนียนไม่ได้
(U gave me 20 Bucks - Bucks แปลว่า ดอลลาร์ เป็นสแลง - เผื่อว่าบางคนไม่รู้)
6. แล้วก็เปิดลิ้